วิธีถนอมสายตา ดูซีรีส์ดึกยังไง ขอบตาก็ไม่คล้ำ

A person with her hands on her face

จะสายซีรีส์เกาหลีดูยันสว่าง หรือสายเกมที่ตี้กันยันเช้า หรือสายคร่ำเคร่งที่ชอบอ่านหนังสือหรือทำงานจนดึกดื่น จนขอบตาใดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า วันนี้เรามีวิธีง่าย ๆ ในการช่วยถนอมสายตาให้ดูสวย สดชื่น นอนดึกกี่คืนก็ไม่หวั่น 

A person with her hands on her face

  • ทาอายครีม 

วิธีแรกที่เราจะต้องรีบสั่งซื้อเป็นการด่วนก็คือ อายครีม โดยเฉพาะหากว่าเราเป็นคนที่ขอบตาคล้ำง่าย การทาอายครีมจะช่วยบำรุงผิวหนังใต้ดวงตาที่แห้งกร้าน หรือดูดำคล้ำ ให้สว่างและสดใสมากยิ่งขึ้น 

  • ประคบเย็น 

การประคบเย็นจะช่วยให้เส้นเลือดที่อยู่บริเวณดังกล่าวหดตัวลง และทำให้ขอบตา ลดอาการบวม หรือตาล้าได้ แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ควรเอาน้ำแข็งประคบที่ใต้ดวงตาโดยตรง ควรจะห่อผ้าสะอาดแล้วนำมาประคบเบา ๆ 

  • แตงกวาช่วยได้ 

การที่ขอบตาเราดำคล้ำ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ผิวบริเวณดังกล่าวของเราแห้ง และขาดความชุ่มชื้น ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว การเอาแตงกวาฝานและแปะบริเวณดวงตาประมาณ 5-10 นาที จะเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และช่วยลดความหมองคล้ำ คืนความสดชื่นให้แก่ดวงตาของเรา 

  • ดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำทุกวัน

นอกจากการประคบและบำรุงตัวตาแล้ว หากว่าเรารู้ตัวว่านอนดึก หรือนอนไม่พอเป็นประจำ เราควรจะดื่มน้ำผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างน้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว เพื่อให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยบำรุงผิวพรรณให้สว่างสดใส จากภายในถึงภายนอกนั่นเอง 

  • ใช้คอนซีลเลอร์

หากว่าเป็นความคล้ำใต้ตาแบบเร่งด่วน และต้องดูดีแบบไม่มีที่ติ ขอแนะนำให้ใช้คอนซีลเลอร์ช่วยปกปิดรอยคล้ำรอบตัวตา ก่อนแต่งหน้าตามปกติ ซึ่งแม้ว่าจะได้ผลไม่ยั่งยืน แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วน การใช้คอนซีลเลอร์ก็ช่วยได้อย่างแน่นอน แต่หากว่าใครอยากได้ความมั่นใจ ลองใช้วิธีอื่น แล้วปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์อีกขั้น ก็จะช่วยได้ 2 ชั้น

 

นี่เป็นวิธีง่าย ๆ ในการดูแลรอยคล้ำใต้ตา ที่หลายคนพิสูจน์แล้วว่าดีจริง

3 เคล็ดลับดูแลร่างกายด้วยน้ำผึ้ง สวยตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า

พอกหน้า น้ำผึ้ง

3 เคล็ดลับดูแลร่างกายด้วยน้ำผึ้ง สวยตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า 

น้ำผึ้งนั้นนอกจากจะมีรสหวานอร่อยแล้ว ยังขึ้นชื่อในเรื่องของคุณสมบัติที่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย อย่างที่หลายคนคุ้ยเคยกันดีว่าน้ำผึ้งนั้นสามารถน้ำมาทำเป็นที่พอกหน้าจากธรรมชาติ ช่วยให้ผิวดูเนียนนุ่ม แต่นอกเหนือจากการดูแลผิวหน้าแล้ว น้ำผึ้งยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการดูแลทั้งเส้นผมและผิวกายได้อีกด้วย เรียกได้ว่าบำรุงได้ครับตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้ากันเลยทีเดียว มาดู 3 เคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลร่างกายด้วยน้ำผึ้งกันเลย

พอกหน้า น้ำผึ้ง

สูตรพอกหน้าผิวเนียนนุ่ม กำจัดสิวเสี้ยน

สูตรนี้เป็นสูตรที่ทำได้ง่ายโดยที่ไม่ต้องเตรียมของให้ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้ของที่มีอยู่ในครัวอย่างน้ำผึ้งและน้ำตาลทราย น้ำมาผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นนำมานวดวนที่ผิวหน้าอย่างเบามือ เน้นบริเวณปลายจมูกที่มีสิวเสี้ยน จากนั้นพอกทิ้งไว้ 1-2 นาที และล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วจึงล้างซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเย็น ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส และสัมผัสได้ว่าสิวเสี้ยนที่เคยกวนใจดูลดน้อยลงอีกด้วย

สูตรพอกเท้า เผยผิวเนียนนุ่มกระจ่างใส

สูตรนี้เพียงแค่ผสมน้ำผึ้งเข้ากับน้ำมะนาวและโยเกิร์ตรสธรรมชาติให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกเท้าทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลังล้างทันทีจะรู้สึกได้เลยว่าผิวดูเนียนนุ่มขึ้นกว่าเดิม และยังดูกระจ่างใสอีกด้วย หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้เท้าของเราดูสวยน่ามองขึ้นมากเลยทีเดียว

สูตรหมักผม เพื่อผมสวยมีน้ำหนัก

นำน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำมันมะกอกในปริมาณที่เท่ากัน คนให้เข้ากันและจากนั้นหมักผมทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้ผมดูเงางาม มีน้ำหนัก ลดปัญหาผมแห้งเสียและชี้ฟูได้เป็นอย่างดี

สายของทอดฟังทางนี้! 4 เทคนิคทานอย่างไรให้ปลอดภัย ปลอดโรค?

ถ้าพูดถึงอาหารสุดโปรดแล้วล่ะก็ เราเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านคงมีลิสต์อาหารโปรดในใจที่หนึ่งในนั้นเป็น “ของทอด” ที่ถึงรู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ห้ามใจไม่ไหวทุกครั้ง จนทำให้หลายท่านเริ่มเครียดว่าจะปลอดภัยต่อสุขภาพ ปลอดโรคร้ายต่างๆ หรือไม่ ไม่ต้องกังวลไป! วันนี้เราได้รวบรวม 4 เทคนิคดีๆ ในการทานของทอดให้ปลอดภัย ไม่ให้เสียสุขภาพ จะมีวิธีไหนบ้างนั้น เราไปดูพร้อมกันเลย

เลือกใช้น้ำมันที่เหมาะสม
เพราะเราเลือกที่จะไม่อยากกินของทอดไม่ได้ เราเลยขอแนะนำให้คุณผู้อ่านทุกท่านเลือกใช้น้ำมันทอดให้เหมาะสม โดยอาจจะเปลี่ยนมาใช้น้ำมันรำข้าว ที่มีวิตามินและสารอาหารสูง ที่มาพร้อมสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณค่าต่อร่างกายของคุณ แทนการใช้น้ำมันปาล์ม ท่ีอาจจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ ขึ้นด้วย

ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ
เพราะการใช้น้ำมันทอดซ้ำ อาจะก่อให้เกิดอันตราย และสารก่อมะเร็งมากกว่าการได้รับประโยชน์ โดยทางที่ดี เราขอแนะนำให้คุณใช้น้ำมันทอด 1-2 ครั้งเท่านั้น

ทานผักผลไม้เพิ่มเติม
เมื่อคุณต้องการทานของทอด เราขอแนะนำให้มื้อนั้นมีผักหรือผลไม้เข้ามาแทรกด้วย ที่จะช่วยเพิ่มไฟเบอร์ และสารอาหารที่ครบถ้วน แถมยังช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของคุณนั้นดีขึ้น

ใช้หม้ออบลมร้อนแทน
เชื่อว่าในช่วง Work From Home แบบนี้ หลายคนคงพอได้ยินหม้ออบลมร้อนสุดฮิต ที่เรียกได้ว่าแทบทุกบ้านก็จะมีเครื่องนี้ติดบ้านไว้ โดยหม้ออบรมร้อนนี้ ไม่ใช่น้ำมัน แถมยังเป็นการอบโดยการไล่ความชื้นออกจากเนื้อสัตว์แทนอีกด้วย ใครที่ชอบกินของทอด ของย่าง เราขอแนะนำวิธีนี้เลย

นอกจากเทคนิคต่างๆ ที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว สุดท้ายนี้เราอยากแนะนำให้ทุกท่านทานของทอดนานๆ ที เช่น สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อเป็นการควบคุมตัวเอง รักษาสุขภาพ และป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย

รู้จักกับรองพื้นแต่ละประเภทให้ดีก่อนเลือกใช้ เพื่อผิวหน้าสวยใสทั้งวัน

ผู้หญิงเลือกรองพื้น

ผู้หญิงเลือกรองพื้น

มือใหม่หัดแต่งหน้าต้องรู้ รองพื้นแต่ละประเภท แต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร จะได้เลือกใช้รองพื้นที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการได้อย่างตรงจุด อ่านบทความนี้แล้วแชร์เก็บไว้ใช้ได้เลย!

 

บีบีครีมหรือ BB Cream

บีบีครีมคือรองพื้นประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความครบถ้วนของเนื้อครีมที่มีส่วนผสมทั้งเบส รองพื้นและครีมกันแดดในหลอดเดียวนั้นทำให้บีบีครีมกลายมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หลาย ๆ คนเทใจให้ แถมยังมีเนื้อครีมให้เลือกหลากหลายแบบตามความสามารถในการปกปิด อยากได้งานโชว์ผิวสวย ๆ ก็เลือกใช้บีบีครีมแบบปกปิดน้อย เนื้อบางเบาได้

 

ซีซีครีมหรือ CC Cream

CC Cream หรือ Color Correcting Cream นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทของรองพื้นที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กับบีบีครีมเลยทีเดียว เพราะซีซีครีมนั้นนอกจากจะช่วยปกปิดได้ในระดับตามที่ต้องการแล้ว ก็ยังช่วยปรับสีผิวบริเวณรอยดำ รอยแดงให้ดูจางลงได้อย่างดีอีกด้วย ใครที่มีปัญหาเรื่องสิวและรอยแดง เลือกใช้ซีซีครีมได้เลย!

 

รองพื้นแบบลิควิด (Liquid Foundation)

รองพื้นแบบลิควิดนั้นเป็นรองพื้นเนื้อเหลว เหมือนกับน้ำหรือเนื้อครีม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วรองพื้นที่ได้รับความนิยมสูงก็มักจะเป็นเนื้อเหลวแบบนี้ ข้อดีก็คือสามารถเกลี่ยได้ง่าย ซึมไปกับผิว ดูไม่หนาจนเกินไป แต่ว่าก็แห้งง่ายเช่นกัน ต้องรีบเกลี่ยก่อนที่จะเซตตัว ใครที่ชอบแต่งหน้าแบบปกปิดปานกลาง ไม่อยากให้หน้าดูหนามากก็ใช้ตัวนี้ได้เลย

 

แป้งผสมรองพื้น (Powder Foundation)

สุดท้ายก็คือแป้งผสมรองพื้น ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยเห็นและเคยได้ลองใช้กันมาบ้างแล้ว แป้งผสมรองพื้นนั้นเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วในการแต่งหน้า อาจจะไม่ได้ต้องการการปกปิดที่มากนัก ข้อดีของแป้งผสมรองพื้นก็คือใช้แล้วได้การปกปิดดีเหมือนกับได้ลงรองพื้นก่อนลงแป้ง พร้อมทั้งยังสะดวกสบาย พกพาง่ายอีกด้วย 

สรุปสั้น ๆ เข้าใจใน 3 นาที! Google GDN คืออะไร ทำไมนักการตลาดต้องรู้

google gdn คืออะไร

google gdn คืออะไร

Google GDN คืออะไร ทำไมเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่นักการตลาดในยุคดิจิทัลต้องทำความรู้จักให้ดี วันนี้เราได้สรุปเอาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Google GDN มาไว้ให้ในที่เดียวแล้ว อ่านจบแล้วเข้าใจแน่นอน ใช้เวลาไม่เกิน 3 นาที!

 

Google GDN คืออะไร?

Google Display Network หรือ Google GDN คือเว็บไซต์มากมายทั่วโลกอินเตอร์เน็ตที่เข้าร่วมกับทาง Google เพื่อทำให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถลงโฆษณาบนเว็บไซต์เหล่านั้นได้ผ่านช่องทาง Google Adwords นั่นเอง ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์ในเครือของ Google แอปพลิเคชันและช่องทางอื่น ๆ ของ Google ด้วยเช่นกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ เมื่อคุณทำการลงโฆษณากับทาง Google Adwords แล้วเลือกให้แคมเปญดังกล่าวขึ้นบน GDN โฆษณาของคุณก็จะถูกนำไปแสดงบนเว็บไซต์ที่เข้าร่วมกับทาง Google นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น YouTube รวมถึงอีกมากมาย

 

Google Display Network (GDN) สำคัญอย่างไรกับการทำการตลาด?

อย่างที่รู้กันว่าการทำการตลาดออนไลน์นั้นไม่ง่ายเสมอไป เพราะจะต้องอาศัยพื้นที่สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงจุด เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งแน่นอว่า GDN นั้นเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ช่วยทำให้โฆษณา แคมเปญทางการตลาดของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ GDN มีหลากหลายเว็บไซต์จากทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านเว็บไซต์ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้คนมองเห็นโฆ๋ษณาแบรนด์ของคุณได้มากยิ่งขึ้นอย่างตรงจุด โดยสามารถช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากทั่วโลก ครอบคลุมมากกว่าที่เคย 

 

ถึงแม้ว่า Google Display Network หรือ Google GDN คือหนึ่งในตัวเลือกทางการทำการตลาดออนไลน์ที่น่าสนใจและเข้าถึงผู้คนได้เป็นจำนวนมาก แต่ก็อย่าลืมว่าหัวใจหลักก้คือการตั้งกลุ่มเป้าหมายที่มีความแม่นยำ เพื่อส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากแคมเปญทางการตลาดต่าง ๆ 

เที่ยวสวิสงบหลักพันเป็นไปได้! ที่ 3 พิกัดวิวภูเขาสุดปังในเอเชีย

ถึงแม้ช่วงนี้จะยังไม่ได้ไปเที่ยวไหน แต่การแพลนทริปล่วงหน้าเอาไว้ก่อนก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีมาก ๆ ถ้าหากถามถึงจุดหมายปลายทางในฝันของเหล่ามนุษย์นักเที่ยวแล้ว สวิตเซอร์แลนด์นับเป็นหนึ่งในดินแดนในฝันที่หลายคนอยากไปสัมผัสบรรยากาศราวสรวงสวรรค์กันสักครั้ง แต่การไปสวิสแต่ละทีต้องเจอกับค่าตั๋วเครื่องบินหลักหลายหมื่น วันนี้ เราจึงเอาใจเหล่าน้อง ๆ วัยเรียนและนักผจญภัยที่อยากเที่ยวสวิสแบบงบน้อย กับ 3 ที่เที่ยวสุดปังในเอเชียที่วิวสุดยอดไม่แพ้ยุโรป ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมเก็บกระเป๋าออกเดินทางกันเลย!

เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์

เริ่มกันที่จุดหมายแรก อยู่ในประเทศไทยนี่เอง กับเขาค้อ ดินแดนที่ใครไปนอน 1 คืน อายุยืน 1 ปี ถ้าหากใครอยากเที่ยวสวิสในงบสุดประหยัด ลองชวนผองเพื่อนหรือครอบครัวขับรถขึ้นมาเที่ยวที่จังหวัดเพชรบูรณ์กันได้ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องทิวเขาสวยงาม สลับซับซ้อน มีทะเลหมอกยามเช้าสุดโรแมนติกให้ชม กวาดสายตารับวิวเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาราวกับยุโรปช่วงซัมเมอร์ได้สบาย ๆ แถมยังใช้เวลาเดินทางไม่นานอีกด้วย

 

ซาปา ประเทศเวียดนาม

เป็นเมืองในสายหมอกที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเวียดนาม ติดกับชายแดนประเทศจีน ที่นี่มีหมอกปกคลุมสวยงามตลอดวัน ขึ้นอยู่กับว่าหมอกจะหนาหรือไม่ ทั้งยังมีนาขั้นบันไดและหมู่บ้านของชาวบ้านในจังหวัดหล่าวกาย เรียกได้ว่า 360 องศาที่มองออกไปจะเต็มไปด้วยภูเขาและนาขั้นบันไดสวยงาม ทั้งยังสามารถขึ้นไปชมวิวจากหลังคาอินโดจีน ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในแหลมอินโดจีนอีกด้วย นั่งเครื่องบินในงบหลักพันแล้วต่อรถมาที่นี่ รับรองว่าจัดทริปสั้น ๆ ได้ ไม่เปลืองวันลา แถมคุมงบได้ไม่บานปลาย

 

ลี่เจียง ประเทศจีน

สุดท้ายคือสถานที่หลักพัน แต่ได้วิวหลักแสนหลักล้านเหมือนไปชมหิมะหน้าหนาวถึงสวิตเซอร์แลนด์ แต่ไม่ต้องนั่งเครื่องบินนานจนเมื่อย นั่นก็คือภูเขาหิมะมังกรหยกและ Blue Moon Valley ในเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ประเทศจีนนั่นเอง โดยภูเขาแห่งนี้มีความสูงและสลับซับซ้อนมาก เพราะแยกตัวมาจากเทือกเขาหิมาลัย ส่วนวิวจากเมืองและทะเลสาบด้านล่างติดภูเขาเป็นฉากหลังก็สวยอย่าบอกใคร แค่นั่งเครื่องบินไปลงที่คุนหมิงแล้วนั่งรถไฟความเร็วสูงในราคาหลักร้อยก็ได้เที่ยวสวิสในงบสุดประหยัดแล้ว

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 3 ที่เที่ยวที่เราแนะนำกันในวันนี้ หากใครอยากเที่ยวสวิสแต่มีงบจำกัด จะลองเริ่มต้นจากที่ใดที่หนึ่งในลิสต์นี้ก่อนก็ได้ รับรองว่า แม้จะไม่ได้บินไปถึงยุโรป แต่จะมีรูปสวยตื่นตาตื่นใจไปอวดเพื่อน ๆ บนโซเชียลจนต้องมีคนทักว่าไปสวิตเซอร์แลนด์มาแน่นอน

รวม 3 ร้านขายกีต้าร์บางแคที่น่าสนใจ มีของให้เลือกเยอะ แนะนำดี

ร้านขายกีต้าร์

ร้านขายกีต้าร์

ใครที่อยู่ฝั่งบางแคแล้วกำลังมองหาร้านขายกีต้าร์บางแคดี ๆ สักร้าน เพื่อเข้าไปพูดคุย ทดลองเสียงของกีต้าร์ รวมถึงซื้อกีต้าร์ติดตัวกลับมา ก็เรียกได้ว่ามาถูกที่แล้ว เพราะในบทความนี้จะพูดถึง 3 ร้านขายกีต้าร์บางแคที่น่าสนใจ มีสินค้าให้เลือกเยอะ หลายแบบ หลายรุ่น หลายยี่ห้อ แถมยังแนะนำดีสุด ๆ อีกด้วย จะมีร้านไหนบ้างต้องไปดูพร้อม ๆ กันเลย

 

Musicentrance

ร้านขายกีต้าร์บางแคร้านแรกที่น่าสนใจก็คือร้านนี้นี่เอง ซึ่งเป็นร้านขายกีต้าร์ที่มีเครื่องดนตรีครบวงจรเลย รวมถึงยังมีทั้งหน้าร้านที่บางแค และยังสามารถสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชม. อีกด้วย สำหรับใครที่อยากไปลองจับ ลองเล่นกีต้าร์ก่อนซื้อ หรืออยากไปขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกกีต้าร์ก็สามารถเข้าไปที่หน้าร้านได้ แล้วค่อยกลับมากดสั่งสินค้าในเว็บไซต์ทีหลังก็ได้ อีกทั้งยังมีบริการจัดส่งถึงหน้าบ้านอีกด้วย

 

MUSICARMS

อีกหนึ่งร้านขายกีต้าร์บางแคที่มีหลากหลายสาขา รวมถึงสาขาเดอะมอลล์บางแค ที่นี่ขายเครื่องดนตรีหลากหลายชนิด มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อเลือกชมกัน พร้อมทั้งยังมีบริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นอีกด้วย มีทั้งการจำหน่ายแบบปลีกและส่ง มีบริการจัดส่งสินค้า เปิดให้บริการมานานกว่า 10 ปีแล้ว แบบนี้บอกเลยว่าไว้ใจได้แน่นอน

 

The Band Music School

ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ในศูนย์การค้าซีคอนบางแค ร้านขายกีต้าร์เจ้านี้จำหน่ายเครื่องดนตรีและอุปกรณ์เกี่ยวกับดนตรีทุกชนิด คุณภาพดี ราคาไม่แพง สามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าได้ทุกวันที่หน้าร้าน นอกจากนี้แล้วยังเป็นโรงเรียนสอนเล่นดนตรีอีกด้วย ใครที่สนใจทั้งซื้อกีต้าร์และเรียน ก็สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามได้เลย

โยคะแก้อาการออฟฟิศซินโดรม กับ 4 ท่าที่ชาวออฟฟิศทำเองได้

โรคออฟฟิศซินโดรมเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากสำหรับคนที่ต้องทำงานสายออฟฟิศ นั่งอยู่หน้าคอมตลอดทั้งวัน ไม่ค่อยได้ลุกขยับร่างกายไปไหนมาไหนเท่าไหร่ เวลาพูดถึงโรคนี้อาจมองว่าไม่ได้น่าหวั่นใจแต่ถ้าหากปล่อยไว้ไม่รักษาโอกาสจะกลายเป็นโรคอื่น ๆ มีสูงมาก สำหรับใครที่บอกไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายลองเอาท่าโยคะทั้ง 4 ท่านี้ไปลองทำดูจะช่วยให้อาการออฟฟิศซินโดรมของคุณดีขึ้นแน่นอน

yoga

4 ท่าโยคะแก้อาการออฟฟิศซินโดรม

1. ยืดกล้ามเนื้อคอ

นั่งหลังตรงแขนขวาอ้อมหลังจับหูซ้ายจากนั้นดันศีรษะออกขวาให้รู้สึกตึง ๆ ที่ต้นคอซ้าย ทำแบบนี้ค้างไว้พักใหญ่ 5-10 นาที แล้วสลับอีกข้างทำแบบเดียวกัน ให้ทำบ่อย ๆ วันละ 10 รอบ จะช่วยยืดกล้ามเนื้อต้นคอได้ดี

2. ยืดกล้ามเนื้อไหล่

นั่งหลังตรงแขน 2 ข้างยกเหนือศีรษะประสานกันแล้วยืดให้สุดดันศีรษะมาด้านหน้าให้คอ ไหล่ ด้านข้างลำตัวรู้สึกตึง ค้างไว้ 10 นาที แล้วปล่อยคลาย ทำแบบนี้บ่อย ๆ วันละ 10 รอบ กล้ามเนื้อไหล่จะสบายขึ้น

3. ยืดกล้ามเนื้อแขน

ยืดแขนซ้ายหงายมือดันไปข้างหน้า งอมือ เอามือขวาวางบนมือซ้ายให้รู้สึกตึง ๆ ที่กล้ามเนื้อส่วนปลาย ทำแบบนี้ค้างไว้ 10 นาที ทำบ่อย ๆ 10 รอบ ต่อวัน

4.ยืดกล้ามเนื้อ Triceps

นั่งหลังตรง แขนขวายกเหนือศีรษะ งอแขนลงช้า ๆ เพื่อให้มือขวาแตะบริเวณหลังคอ มือซ้ายเอื้อมจับข้อศอกขวา อย่าให้มือขวาขยับจนรู้สึกใต้ท้องแขนตึง ๆ ค้างไว้ 10 นาที ทำแบบนี้วันละ 10 ครั้ง

ท่าโยคะทั้ง 4 ท่าที่แนะนำนี้บอกเลยว่าจะลดอาการออฟฟิศซินโดรมของคุณได้เป็นอย่างดี แม้นั่งทำงานอยู่ก็ไม่มีปัญหาในการทำ